Post Top Ad

Post Top Ad


แรกพบสบตา: KIA Grand Carnival
พ่อบ้านสายซิ่ง ตัวจริงเสียงจริง
คันเท่าบ้าน อัตราเร่งฟอร์จูนเนอร์มีกรี๊ด


ก็ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่มินิรีวิวบายแอดแมว กับความบ้าในการป้ายยาชาวบ้านที่ดูเหมือนจะสำเร็จ... นะครับ ในวันนี้เราได้มีโอกาสทดลองขับ KIA Grand Carnival ซึ่งเป็นรถยนต์เอนกประสงค์ MPV ของค่ายจากเกาหลี "KIA" ในเครือเดียวกับ Hyundai (อ่านว่า ฮยอนเด ไม่ใช่ ฮุนได แต่เอาเถอะ...) ที่พกพาม้ามาถึง 788 ขา พาร่างยักษ์หนักสองตันทะยานด้วยความเร็วที่โวยวายได้คำเดียวว่า แรงอิ๊บอ๋าย....


KIA Grand Carnival หรือชื่อที่เกาหลีใต้/อเมริกา KIA Sedona เป็น MPV ที่เขาว่ากันว่ายังไม่ใช่ไซส์ใหญ่สุด... แต่มันใหญ่มากสำหรับเมืองไทยนะ ยาว 5.1 เมตร กว้าง 1.9 เมตรกว่าๆ (!!!!) หนักร่วม 2 ตัน ถือเป็นรถยนต์รุ่นขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของ KIA ในตลาดอเมริกาเหนือครับ

รถคันเท่าบ้านนี้ อัตราสิ้นเปลืองดี อัตราเร่งดี ช่วงล่างดี เสียงลมน้อย และความปลอดภัยสูงมาก เพราะโครงสร้างใช้ Advanced High-Strength Steel (AHSS) ถึงกว่าร้อยละ 54 ทดสอบการชนบางสำนักได้ 5 เต็ม รู้สึกจะ ANCAP ส่วน NCAP เหมือนจะมีข้อสังเกตนิดนึงว่า ก็ตัวทอปมันถุงลมรอบคันไงล่ะ

เครื่องยนต์ที่วางในเจ้า KIA Sedona มี 2 ขุมพลัง ประกอบด้วย

เครื่องยนต์เบนซิน V6 รหัส Lambda II ขนาด 3.3 ลิตร 280 แรงม้า ที่ไม่อยากจะพูดถึงอัตราสิ้นเปลืองเท่าไหร่ แต่เอาจริงๆ คนอเมริกันชอบเครื่องเบนซิน N/A ตัวใหญ่ๆ นะครับ เขาคงชอบความนุ่มเงียบและพละกำลังที่ไหลมาเทมาไม่รู้จบยันรอบปลายๆ ของมัน ซึ่งสำหรับเมืองไทยที่เราดูจะนิยมดีเซลเทอร์โบบล็อกเล็กลงที่เหมาะกับรถคันใหญ่ๆ เพราะพลังฉุดลาก-กำลังรอบต่ำ และอัตราสิ้นเปลืองดีกว่า 

เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 16 วาล์ว รหัส R ขนาด 2.2 ลิตร 197 แรงม้า แต่พกพาแรงบิดสูงถึง 441 Nm แบบที่เกือบๆ จะ Flat Torque ที่ 1,750-2,750 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ใหม่ 8 สปีด ที่ปรับอัตราทดดีกว่า 6 สปีดเดิม ทำให้ประหยัดน้ำมันและรอบการทำงานต่ำลงในการขับด้วยความเร็วสูง บล็อกนี้แหละที่เข้ามาประจำการใน KIA Grand Carnival เวอร์ชั่นขายไทย

และแน่นอน Sedona หรือ KIA Grand Carnival ทุกรุ่น ตั้งแต่ตัวถูกสุด LX เวียดนาม 1.397 ล้าน ไปจนถึง SXL ที่ถุงลมรอบคันและมีซันรูฟ ราคา 2.2 ล้าน ใช้เครื่องและเกียร์ตัวเดียวกันครับ!

อัตราสิ้นเปลืองเจ้าอ้วนนี่ ในเมืองราว 9-10 กม./ลิตร นอกเมืองนิ่งๆ 13-14 กม./ลิตร เติมดีเซลนะ!


ตัว EX (1.991 ล้านบาท) ที่ได้ทดลองขับในวันนี้ เป็นรุ่นกลางของ KIA Grand Carnival โฉมปัจจุบันที่ขายไทย มีออพชั่นเสริมเพิ่มเติมจากรุ่น LX (1.622 > 1.397 ล้านบาท) ที่ย้ายฐานการผลิตไปเวียดนามเพื่อภาษี AFTA พอตัว เช่น แอร์อัตโนมัติ Keyless และระบบกดปุ่มสตาร์ท Cruise Control ไปจนถึงแท่น Wireless Charger สำหรับมือถือ ประตูไฟฟ้าด้านข้างและฝาท้ายไฟฟ้าแบบควบคุมที่ปุ่มใกล้คนขับ และอื่นๆ ที่แอดแมวจำไม่หมด เรียกได้ว่าถ้าไม่ได้สนใจถุงลมรอบคัน สีพิเศษ และซันรูฟ ไม่ต้องเขยิบไปตัวทอปก็ได้นะ :D

 ด้วยขนาดที่น่าจะเป็นรองรถไม่กี่รุ่นในประเทศไทย ยาวพอๆ กับ Ford Raptor และกว้างกว่าแหงๆ KIA Grand Carnival ได้พิกัดภาษีพิเศษด้วยการจดทะเบียน 11 ที่นั่ง มีเบาะทั้งหมด 4 แถว แถวหลังไม่ค่อย Practical คือนั่งจริงได้ถ้าคุณตัวไม่เกินหมาสายพันธุ์ Alaskan Malamute แต่ที่เหลือ แถว 1-2-3 ถือได้ว่าเว่อวังอลังการกว่าเพื่อนร่วมสัญชาติอย่าง Hyundai H1 ด้วยซ้ำ คือเหลือที่เก็บของอีกเพียบ และยังนั่งสบายทุกแถว (ย้ำ แถว 4 ไม่นับ มันคือ Dog Seat!)


KIA Grand Carnival ค่อนข้างใส่ใจผู้โดยสารและการใช้อรรถประโยชน์รอบคันมาก โดยเฉพาะที่ชาร์จ 12V นี่เรียกได้ว่ามีทุกซอกทุกมุม และพลังการจ่ายไฟก็ไม่ใช่น้อย 180W คือใช้ตู้เย็นตัวเล็กๆ ได้เลย รองรับการขนคน ขนของ หรือไปแคมปิ้งคันเดียวเอาไปได้ทั้งเหล่ากงเหล่าม่า แถมนั่งสบายไร้กังวลด้วยเบาะที่หนุนมากำลังดี ถึงจะไม่ดีเท่าเบาะนวดและอุ่นตรูดที่มีใน Vellfire ก็ตาม....

แต่เดี๋ยวนะ ได้ข่าว Grand Carnival มันคือพิกัดรถราคา 2 ล้าน ที่ตีตั๋วภาษีพิเศษ ทำให้รถน่ะ มันได้อะไรเยอะกว่าในราคาเท่ากัน ชนิดว่าต่อให้ซื้อ LX 1.397 ล้าน เอาไปทำประตูไฟฟ้าข้างละ 5 หมื่น แต่งโน่นนี่ แปลงเครื่องเสียงยับ... ก็ยังไม่กี่บาท จนตัวทอปก็ยังราคาแค่ราว 2 ใน 3 ของ Vellfire 2.5 เองครับ คือมันคุ้มมาก คุ้มจนพี่ตูนบอดี้สแลมยังซื้อรุ่นนี้ (ชื่อรถ: น้องวันดี) ไปใช้จริงๆ จังๆ เพราะอะไรต้องลองใคร่ครวญดู แต่บอกเลยว่าคือแอดแมวถูกใจกับอรรถประโยชน์ในรถคันนี้ม้ากมาก


คอนโซลภายในของ Grand Carnival จะเรียกว่าหรูหรามากมายก็ไม่เชิงซะทีเดียว แต่มันดูยิ่งใหญ่อลังการและ User Friendly มากๆ ปุ่มมีพอดีใช้ ไม่ได้ยุ่บยั่บแบบรถบางยี่ห้อ :P เป็นรถที่ต้องบอกว่าตำแหน่งการวางปุ่มและปรับโน่นนี่ หากคุ้นเคยแล้ว แทบไม่ต้องละสายตาจากพวงมาลัย/กระจกหน้า

และมีจอกลางที่แอบต่อ Wireless Cast ไว้แบบไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่ เอาเถอะ ไปวัดไปวาได้ และลำโพงเสียงก็ไม่ได้แจ่มมากมายอะไร เอาเป็นว่าถ้าเคยเจอ Bose ใน Teana L33 2.5 อันนั้นดีกว่ามากแน่ๆ

ฟรอนต์ก็ไม่ได้มีฟีเจอร์โดดเด่นเป็นพิเศษ แต่พอใช้งานทุกอย่าง ถ้าไม่คิดจะอะไรมาก รถคันนี้ไม่ต้อง Damp เพิ่ม ไม่ต้องพ่นน้ำยาอะไร มันเก็บเสียงดี ฟังเพลงเพราะแน่นอน ขอแค่เปลี่ยนลำโพงติดรถคือจบทุกสิ่ง (ของเดิมๆ เสียงแห้งๆ))

เบาะหลัง... อืม แถว 3 นั่งได้แบบไม่ทรมานนะ ต่อให้คุณตัวสักราวๆ 120 กิโลก็นั่งได้ ไม่ต้องกังวลเลยว่าอากงอาม่าจะนั่งไหวไหม จะมีอย่างเดียวที่แพ้พวก Mini-MPV อย่างพวก Sienta/Xpander ในปัจจุบันคือ รถมันค่อนข้างสูงหน่อย ถ้าคนรุ่นเก่าๆ สูงแค่ราวๆ 150 ต้น จะมีปัญหาในการหมุนตัวขึ้นรถ ซึ่งพวกรถเล็กพวกนั้นไม่มีปัญหาเลย ในขณะที่ Kia Grand Carnival ต้องโหย่งตัวจับศาสดา (มือจับ!) นิดหน่อย แล้วเหยียบบันไดขึ้นไปนั่ง 

จุดนี้อาจจะต้องบอกว่า Hyundai H1 ได้เปรียบกว่า แต่ถ้าในทางกลับกัน บ้านคุณเป็นพวก 160+ และไม่ได้มีคนชราที่ปกตินั่งรถเข็นหรือเคลื่อนย้ายยากมากจริงๆ Kia Grand Carnival มีเบาะที่นั่งสบายและพอดีพวก Big Ass มากกว่าแหละ ความแน่นกำลังดี มีหัวเบาะที่รองต้นคอได้แบบไม่ดันกบาล 






เซลส์คุณหยกแห่ง T.S.Equipment หลักสี่ ขับรถคันเท่าบ้านเนี่ย มารับพวกเราถึงที่ ถามว่าเจ้าตัวกลัวมั้ย... คำตอบคือไม่เลย เพราะปกติขับกระบะคันใหญ่ๆ อยู่แล้ว โอว FC!
 

 ให้สังเกตว่าที่นั่ง (เบาะ) แถวสองเนี่ย ถ้าตัวเล็กมากๆ แอบต้องปีนจริงๆ เพราะมันสูงขึ้นไปจากพื้นเกินฟุตครึ่งแน่ๆ ตอนแอดแมวลอง Innova ก็ว่าสูงแล้ว อันนี้สูงกว่า และด้วยความที่ตัวรถไม่ได้สูงมาก น่าจะราวๆ 1.7 เมตร แม้จะทำให้เข้าได้ทุกห้าง แต่พอยกพื้นสูงแล้ว ก็ทำให้รู้สึกนิดๆ ว่า เอ... เฮดรูมมันไม่ได้เยอะอย่างที่คิด เมื่อเทียบกับพวก H1/Commuter ส่วนถ้าเทียบกับ Vellfire/Alphard เหมือนจะน้อยกว่านิดนึง อันนี้คือเทียบจากท่านั่งสบายๆ ของแอดแมวนะครับ คนอื่นสรีระไม่เท่าก็อาจจะต่างไป แต่ท่านั่งขับ-เบาะคนขับนี่สุดยอด ยิ่งถ้าได้ตัวทอปมี Memory Seat นี่จบๆ ผลัดกันขับไม่ต้องปรับไฟฟ้าใหม่เลยล่ะ

ภายใต้ความเรียบง่ายเหล่านั้น KIA Grand Carnival มี TRIM การตกแต่งที่กำลังพอดีๆ ไม่ได้เยอะเกินมากเกิน หรือน้อยเกินไป ระบบเกียร์ทำมาให้เล่นได้ มีแท่น Wireless Charger อีกตะหาก และที่วางแก้วน้ำขนาดกำลังดี แต่เหมือนจะไม่พอวางสเลอปี้แก้วใหญ่ ;(

จุดที่แอดแมวชอบรถคันนี้อีกอย่างคือ "มันใหญ่และกว้าง" คำว่ากว้างคือไม่ใช่แค่ความกว้างนอกรถ แต่ข้างในก็กว๊างกว้าง และคอนโซลไม่เบียดขา ไม่รู้สึกว่าอึดอัดแม้แต่นิดเดียว... โยนความอึดอัดให้คนขับรถข้างๆ แทน ยังกะรถถังอ้วนๆ

 ยางติดรถ KIA Grand Carnival คันเท่าบ้านนี่ ใช้ยางติดรถเป็น KUMHO Crugen ไซส์ 235/60 R18 ครับ ย้วยไปนิด ยางผลิตปลายปี 19 และตัวรถเองวิ่งมาแค่ราวๆ 1,700 กม. เอง อยากได้เทสต์ไดรฟ์มาใช้ที่บ้านอิ๊บอ๋าย


อัตราเร่ง ไม่อยากพูดเลย เอาเป็นว่าใครเคยขับโทลล์เวย์ดินแดงขาออก จากต้นไปปลาย Ramp ทั้งหมด ความเร็วตอนขึ้นไปพื้นราบ กระทืบไม่สุด ทะลุ 160 กม./ชม. (GPS 157 กม./ชม.) และยังไหลได้อีก เชื่อว่าที่บางสำนักทดสอบว่ารถคันนี้วิ่งได้ 200+ น่าจะเป็นจริงและกดได้ 190+ โดยไม่ยาก

เบรกดูดพื้นและดูดเท้า โดยไม่พบอาการพิลึกกึกกือในการหน่วงรถน้ำหนักเท่าหมา 80 ตัว ให้หยุด ไม่เหมือนสมัยรถโบว์ไทตัว PPV ออกมาแรกๆ อันนั้นเบรกอนาถามาก

รถคันนี้เป็นรถ "ขับหน้า" ที่ทำให้คุณหัวติดเบาะด้วยแรงดึงมหาศาล Torque ไหลมาเทมาโดยจะอืดเฉพาะช่วงออกตัว 0-40 เพราะรถหนักจัด แต่พอติดแล้ว เอาควายมาฉุดทั้งฝูงก็ไม่อยู่ มั่นใจว่า 0-100 และ 80-120 ดีกว่า Fortuner TRD 2.8 แน่นอน และแฮนด์ลิ่งแน่น แน่นกว่า Hyundai H1 และ Toyota Majesty แน่ๆ

KIA Grand Carnival ถือว่าเป็นตัวเลือกที่รถขับดี เครื่องดี เกียร์ดี ประหยัด อัตราเร่งและช่วงล่างโคตรดี ในออพชั่นที่ขาดๆ เกินๆ เหมือนรถยุค 5 ปีก่อน จุดมีดีของมันมากที่สุดคือ เครื่องยนต์ ช่วงล่าง และห้องโดยสาร ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานจริงของคนไทยครอบครัวค่อนข้างใหญ่เป็นส่วนใหญ่

1.9 ล้าน คู่แข่งโดยตรงคือ H1 ตัวแต่ง, Toyota Majesty ในขณะที่ Innova ต้องไปแข่งกับตัวล่าง ซึ่งได้ดีกันคนละอย่าง อัตราเร่งตามเปเปอร์ไม่ต่างกัน แต่ Innova 2.8V 1.419 ล้านนี่ ของเล่นเยอะกว่านิด ในขณะที่ KIA GC 1.397 ล้าน ได้ใหญ่กว่าเห็นๆ บนของเล่นที่น้อยกว่า (ออพชั่นมันพอๆ กะ Innova ตัว 2.8G)

ส่วนตัว SXL 2.2-2.3 ล้าน สำหรับคนที่ชอบความเป็นที่สุด ก็กดได้นะ ออพชั่นครบ แค่ซันรูฟให้ทำเติมเองก็คงไม่มีใครคิดว่าคุ้มทุนแน่ๆ

ยกเว้นเรื่องปีนขึ้นรถ อันนี้แอบกังขาเล็กๆ

หากใครสนใจเจ้า KIA Grand Carnival นี้ละก็ ในช่วง COVID-19 เพื่อให้ลูกค้าและว่าที่ลูกค้าอุ่นใจ-ปลอดภัย เกีย มอเตอร์ ยังมีบริการอีก 3 เซ็ตใหญ่ๆ ด้วยครับ

1. "KIA Drive at Home" บริการเสิร์ฟรถทดลองขับถึงที่

รายการศูนย์และโชว์รูมที่มีบริการ https://bit.ly/DriveatHome
ลงทะเบียนทดลองขับได้ที่นี่ https://bit.ly/TestDriveKIAGC

โดยรถทดลองขับก็ทำความสะอาด พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ และพนักงาน Sales Executive ของเกียสวมใส่ Mask ป้องกันก่อนนำรถมาส่งให้ทดลองขับ

2. "KIA Service from Home" บริการรับ-ส่ง รถยนต์เกียมาศูนย์บริการฟรี

3. บริการ "ขับขี่อุ่นใจ ปลอด COVID-19 ไปกับเกีย" ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2563 สำหรับผู้ที่เข้ามารับบริการทั้ง Drive-in และใช้บริการ KIA Service from Home จะได้รับบริการพิเศษ

(1) ฟรี! การตรวจเช็คสภาพรถยนต์ 22 รายการ ด้วยเครื่องมือพิเศษ
(2) ฟรี! บริการพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียภายในรถ
(3) ส่วนลด 10% ค่าอะไหล่ (ยกเว้นอะไหล่ราคา NET) และ น้ำมันเครื่อง Total
(4) ส่วนลด 20% ค่าแบตเตอรี่

โดยแอดแมวแนะนำให้นำรถยนต์ KIA เข้าศูนย์จนกว่าจะครบรอบประกัน/บริการ ที่ 5 ปี 150,000 กม. เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์รับประกันนะครับ

ในมินิรีวิว (แต่ยาว) ครั้งนี้
ขอขอบคุณ

บริษัท ที.เอส.อีควิปเมนท์ จำกัด โชว์รูมวิภาวดี (Volkswagen วิภาวดี-หลักสี่เดิม)
และ คุณดาราวรรณ เถาว์เพ็ง (คุณหยก) Sales Executive
สำหรับการนำรถยนต์ทดลองขับมาให้บริการถึงที่

ใครที่สนใจรับบริการทดลองขับ หรือจะติดต่อโปรโมชั่นก็ติดต่อคุณหยกได้
หมายเลขโทรศัพท์ 061-641-5499 ครับ

ขอขอบคุณและสวัสดี ขอให้โดนป้ายยากันถ้วนหน้า แมร๊ววว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Top Ad